โหรฟองสนาน เผย เกณฑ์พลิก-ดาวประจำชีพ และตรีเทพส่งสัญญาณบวกให้ดวงเมือง 1 ปี

03 Mar 2024
97


เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2567 “โหรฟองสนาน” เปิดเผยคำทำนายผ่านบทความ แม่หมอสมัครเล่นตอนที่521 โดยฟองสนาน จามรจันทร์ ระบุ เกณฑ์พลิก-ดาวประจำชีพ และตรีเทพส่งสัญญาณบวกให้ดวงเมือง 1 ปี

ความเป็นไปของชีวิตเมืองก็คล้ายๆ คนที่เมื่อถึงคราวชะตาตกอาจจะต้องซุ่ม แล้วบุกทำ – ลุยเมื่อได้สัญญาณบวกจากดวงดาว จึงหลังจากเมืองทนเถลือกไถลด้วยอาการพลิกผัน-ออกแนวลบจากวันเกิดเมือง 2566 – ข้ามปีถึงวันเกิดเมืองที่ 21 เมษายน 2567 ดังได้บอกไว้ตั้งแต่ตอนที่แล้ว เริ่มตั้งแต่ 21 เมษายน 2567 เป็นต้นไป สัญญาณเชิงบวกต่อดวงเมืองจากเกณฑ์ทางโหรที่เจิดจ้าส่งออกมาอย่างน่าแปลกใจเกือบทุกหลักเป็นเวลา 1 ปี ไปจนถึง 21 เมษายน 2568 ดังนี้

โหรฟองสนาน เผย เกณฑ์พลิก-ดาวประจำชีพ และตรีเทพส่งสัญญาณบวกให้ดวงเมือง 1 ปี

หลักบวกที่ 1 เมืองอายุเต็ม 242 ย่างเข้า 243 ปี ทักษาจรเปลี่ยนจากภูมิราหูเป็นภูมิศุกร์ ทำนายอาการนี้จากลิลิตทักษาพยากรณ์ พระนิพนธ์ของเจ้าฟ้ากรมหลงพิทักษ์มนตรีถึงเหตุการณ์ใหญ่ที่จะผุดกลางใจเมือง คือ พระศุกร์แดนอุตรา ลุลาภามากคาม จะเกิดความเพราะปากเรา ความของเขาเอาใส่ตน อย่าเดินหนล่วงเวลา แม้ยาตราจะเกิดความ แปลง่ายๆ คือ
ลุลาภามากคาม – เมืองจะมีลาภมาก ไม่คาดฝันจากเรื่องที่พระศุกร์เป็นตัวแทนคือเศรษฐกิจ-การร่วมทุน – หุ้นส่วน – หุ้น และเพื่อให้ได้ลาภเมือง

และคนในเมืองต้องระวัง คือ อาการ เป็นความเพราะปากเรา ความของเขาเอาใส่ตน – เมืองและคนสำคัญหรือ โดดเด่นในเมืองต้องระวังปาก โอษฐภัย (รวมทั้งการพูดเขียน) กับการไปยุ่งเรื่องประเทศอื่น – หรือคนอื่น เพราะจะเป็นเรื่องราว มีคดีความได้ และเกณฑ์นี้น่าหวาดเสียวนักสำหรับคนในเมืองที่รู้สึกอย่างไร ปลายนิ้วพิมพ์ในโลกโซเชียลฯ เพราะน่าจะมีคดีใหญ่ๆเต็มเมือง อย่าเดินหนล่วงเวลา แม้ยาตราจะเกิดความ – ระวังการเดินทางที่ผิดเวลาผิดจังหวะ ที่อาจจะเกิดเรื่องราวหรือคดีความได้

หลักบวกที่ 2 ทักษาจรเมืองตกภูมิศุกร์ ผลคือ พระอังคารดาวประจำชีพเมือง เป็นศรีหรือสิริมงคลหนึ่งปีเต็ม ไม่ว่าดาวนี้จะเดิน – จรไปที่ใดจะให้คุณที่นั่น (มากบ้าง-น้อยบ้างตามมาตรฐานและภพที่เดินไป) จากเกณฑ์นี้เมืองมีโอกาสได้มรดกหรือของเก่าแก่ครั้งบรรพบุรุษ

จับตาการแข่งขันสำคัญๆเช่นกีฬา หรือการประกวดสำคัญๆที่มีโอกาสมงลงเมือง ค่อนข้างถี่ ในอดีตเกณฑ์ไทยเคยได้แชมป์มวยโลก หรือนางงามจักรวาลมาแล้ว

หลักบวกที่ 3 ทักษาจรเมืองตกภูมิศุกร์ ผลคือหนึ่งในตรีเทพพระราหูเป็นกาลกิณีจรหนึ่งปีแต่ พลิกกลับเป็นให้ผลบวกเมือง นั่นคือตลอดหนึ่งปีที่พระราหูที่เป็นกาลิกิณีจรนี้ กำลังเดินอยู่ในราศีมีนภพวินาสน์ของเมือง อ่านว่าความโชคร้าย หรือสิ่งอัปมงคลทั้งหลายของเมืองวินาศไป ตำราบอกผล ลาภเหมือนมาดมุ่งไว้ ครูโหรผู้ล่วงลับ อ.เทอม เสตะกสิกรยังเคยบอก เกณฑ์นี้ควรแก่การสรรเสริญ ศัตรูหมู่อมิตรหักโค่นไม่ได้ โชคทางการเงินผ่านมือให้

สำหรับเมืองให้จับตาดูลาภทางทะเล (ราศีมีน-ทะเล-อ่าว) โดยเฉพาะอย่างยิ่งก๊าซ (ราหูจรทับราหูดวงเดิม)ในพื้นที่ทับซ้อนกับกัมพูชาที่ติดขัดอยู่ด้วยพื้นที่ทับซ้อน (ราหูจร8ทับพระพุธดวงเดิม๔เพื่อนบ้าน) ควรหาทางพลิกมาเป็นบวกกับเมือง(คล้ายพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย – มาเลย์ – แหล่งJDA. ที่ไม่เจรจาเรื่องเขตแดน – แบ่งผลประโยชน์เฉพาะเรื่องก๊าซ) อีกทั้งเมืองคงมีลาภด้านสุขภาพอนามัย การรักษาพยาบาล เสริมสวย ความงาม บันเทิง (พระราหูจรทับทั้งพระพุธ๔ และพระศุกร์ดวงเดิม๖) เพิ่มเสริมเกณฑ์อื่นอีก

เกณฑ์บวกที่ 4 ตั้งแต่ 21 เมษายน 2567 เป็นต้นไปพฤหัสบดีจร(5) หนึ่งในตรีเทพสิ้นสุดการเป็นกาลกิณีจรสำหรับรอบนี้ ยุติปรากฎการณ์ทางโหรที่เมืองต้องฆาฎร้ายปัสสะวะชีโว ที่ส่งผลทางลบกับเมืองมาแล้วหนึ่งปี
จับตาตั้งแต่ 30 เมษายน 2567 เป็นต้นไป-สิ้นปี 2567 – 13 พฤษภาคม 2568 พฤหัสบดีจรเข้าเดินในราศีพฤษภ – ดินแดนของเศรษฐกิจ – การทำมาหาได้ของเมืองคาดผล

4.1เมืองมีศัตรูก็จะมาขอคืนดี หรือเป็นจังหวะที่ความขัดแข้งเรื่องต่างๆในเมืองน่าจะได้วาระสะสาง เช่นการเจรจาสันติภาพภาคใต้ หรือการทำเรื่องนิรโทษกรรมตามโฉลก ศัตรูมีมาคืนดีโอนอ่อนเอง 

4.2 กิจกรรมทางเศรษฐกิจใหม่ๆเกิดเป็นระยะ ค่าเงินบาทนิ่งขึ้น ตลาดหุ้นมีโอกาสทำสถิติใหม่เน้นไปที่มูลค่าซื้อขาย หรือมีผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มมาให้เลือกลงทุน

4.3 มีการเปลี่ยนแปลงมากในระบบเงินตรา-บทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทยที่จะเจอสภาวะล้ำสมัยมากต้องปรับตัวเองอย่างรุนแรงให้ทันเศรษฐกิจล้ำยุค

4.4 เริ่มเห็นความคืบหน้าโครงการพัฒนาเศรษฐกิจขนาดใหญ่

4.5 กฎกติกาใดที่สร้างความอึดอัด-ผูกขาด-ตัดตอนไม่เอื้อประโยชน์คนส่วนใหญ่ควรใช้จังหวะนี้เปลี่ยนแปลงไม่เช่นนั้นการปะทะกันอย่างรุนแรงเพราะความขัดแย้งทางผลประโยชน์อาจเกิดขึ้นได้ (เกณฑ์นี้ยาวไปถึงกรกฎาคม 2572)

4.6 น่าจะใช้ช่วงนี้เปลี่ยนแปลงใหญ่ระบบภาษี รวมทั้งประเด็นภาษีคนต่างด้าวที่มาทำงานในไทย

4.7 ใช้ช่วงเวลานี้ปรับระบบบำเหน็จ-บำนาญ-รวมทั้งประกันหรือประกันชีวิต รวมทั้งระบบการรักษาพยาบาล-การศึกษา

เกณฑ์บวกที่ 5. พระเสาร์จร(7) ตรีเทพดวงที่สามยังให้คุณเมืองอย่างโดดเด่นเป็นระยะๆตลอดปี  (ต่อจาก1 มีนาคม 2566) อาการคือ เสียอะไรไปเมืองสู้แล้วได้ลาภกลับมาตามโฉลก ลาภคืนคง รณรงค์เรามีชัย (พระเสาร์จร7 เดินในราศีภุมภ์ – ภพสิบเอ็ดดวงเมือง) เฉกเช่นเมืองเคยเจอสภาวะเสียการบินไทยแล้ว ผลการต่อสู้ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาก็ได้การบินไทยกลับมาในช่วงเสาร์เป็นสิบเอ็ด

อ่านอีกอาการพระเสาร์หมายถึงเก่า-แก่ กลุ่มคนสูงอายุอาจมีแนวโน้มดึงจิตใจวัยรุ่นบางส่วนกลับจากการเห็นผิดเป็นชอบ (พระเสาร์จร7ถึงพระอาทิตย์ดวงเดิม(๑) ตัวแทนวัยรุ่น-ปุตตะ และจิตใจคนในเมือง)
อ่านอีกอาการพระเสาร์คือสีม่วง กระแสสีม่วงจึงมาเงียบแต่ล้ำลึก หรือธนาคารไทยพาณิชย์ – สีม่วงนำร่องจ่ายเป็นผลสูงลิ่วให้ผู้ถือหุ้นช่วยเติมเงิน เป็นต้น

กล่าวโดยสรุป หลังจากการอาการผิดฝั่งผิดฝา – เมืองและจิตใจคนในเมืองต้องฆาฎร้ายมาหนึ่งปีเต็ม เศรษฐกิจคล้ายคนเดินหน้าหนึ่ง ถอยหลังสอง-การเมืองผิดฝั่งผิดฝา

ครั้นหลังวันเกิดเมือง 21 เมษายน 2567 เป็นต้นไป ดาว-เกณฑ์ทางโหรส่วนใหญ่พร้อมใจกันออกแนวให้คุณดวงเมืองแบบไม่น่าเชื่อ -ไม่เคยเป็นและเห็นมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาวสำคัญๆ หลายคนที่ท้อแท้ถามว่า แล้วปัจจัยอะไรจะเป็นจุดเปลี่ยนหรือจุดพลิกกลับ (Turning Point) ผู้เขียนบอกไม่รู้เพราะอ่านแต่ดาวดาว – รู้แต่กรอบกว้างๆ

จึงหนึ่งปีต่อไปนี้ 21 เมษายน 2567 – 21 เมษา2568 คือช่วงของการจะทำอะไรดีๆในเมือง เพื่อเป็นฐานมั่นคงในการปฎิวัติเศรษฐกิจเมือง และตีฝ่าสงครามเศรษฐกิจโลก ที่เป็นมาตั้งแต่กรกฎาคม 2565 เพื่อที่กรกฎาคม 2572 การตีฝ่าจะจบลงแล้วเรายืนอยู่ข้างกำแพงกระนคร เมืองจะได้หลุดจากประเทศกับดักรายได้ปานกลางไปสูง

แต่กว่าจะถึงจุดนั้นเมืองยังมีเกณฑ์ลบ – ตามด้วยนรกทางเศรษฐกิจรอให้ฟันฝ่าก่อนจะถึงกรกฎาคม 2572 ซึ่งถ้าทำได้ไม่ดีช่วงนี้เมืองจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างเจ็บปวดและติดกับดักประเทศรายได้ปานกลางต่อไป

ฟองสนาน จามรจันทร์
1 มีนาคม 2567
 



Source link