‘โหรฟองสนาน’ เผย ดวงเมืองรัตนโกสินทร์ 2567 ตาย – เจ็บ

21 Jan 2024
131

[ad_1]

“โหรฟองสนาน” เผย ดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์ 2567 ปีนี้เกณฑ์ทางโหรเกี่ยวกับการตาย – เจ็บ – เสียหายหมู่ ยังจะมาแรงตลอดปี

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2567 “โหรฟองสนาน” เปิดเผยคำทำนายผ่านบทความ แม่หมอสมัครเล่นตอนที่515 โดยฟองสนาน จามรจันทร์
ตาย – เจ็บ – เสียหายหมู่ยังจะมาแรงตลอดปี ระบุว่า

ด้วยปีนี้เกณฑ์ทางโหรเกี่ยวกับการตาย – เจ็บ – เสียหายหมู่ในเมืองโดดเด่นมาก ผู้เขียนจึงสวมวิญญาณนักข่าวเก่าดันเกณฑ์นี้ขึ้นเป็นข้อแรกในการเขียนทำนาย ดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์ 2567 ในไทยโพสต์ และทุกช่องทางเมื่อได้โอกาสออกสื่อ เพื่อกระตุ้นความสนใจให้ระวังตัวกัน หรืออย่างน้อยหากเกิดเหตุการณ์แล้วจะได้ไม่แปลกใจมาก

ครั้นเมื่อเกิดแผ่นดินไหว และสึนามิ และเครื่องบินชนกันที่ญี่ปุ่นเมื่อ 1-2 มกราคมที่ผ่านมา หลายคนถามผู้เขียนว่าเมื่อญี่ปุ่นรับไปแล้ว เคราะห์ด้านนี้ของเมืองรัตนโกสินทร์ จะหมดหรือจางไปหรือไม่?

คำตอบคือไม่ เพราะญี่ปุ่นกับไทยคนละประเทศ – คนละดวงเมืองกัน โดยดวงเมืองรัตนโกสินทร์นั้นสื่อล่อให้เกิดเหตุด้านร้ายอาการนี้เริ่มตั้งแต่

'โหรฟองสนาน' เผย ดวงเมืองรัตนโกสินทร์ 2567 ตาย - เจ็บ - เสียหายหมู่ ยังจะมาแรง

1.เริ่มตั้งแต่ 8 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นมา ที่ดาวไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าคือมฤตยูจร(0) เจ้าของภัยอาเพศ – เจ้าของสายฟ้า – การปฏิวัติ ที่ด้านลบ(มีด้านบวกด้วย)บังคับถึงเหตุร้าย – เหตุการณ์ที่ไม่ทันนึกคิด – การพลัดพราก – การทำร้ายตนเอง – ความเศร้าโศก ความรุนแรงที่มองไม่เห็น – ฯลฯเริ่มเดินในราศีพฤษภ ที่พระเกตุ(๙) และพระอังคารดวงเดิม(๓) ดาวประจำชีพเมืองซึ่งด้านร้ายหมายถึงการต่อสู้ สงคราม การทะเลาะวิวาท อุปัทวเหตุ ความตาย การบาดเจ็บ ไข้เจ็บที่ทรมาน คลุ้มคลั่ง อาวุธ กลอุบายที่ใช้ประหัตประหารกันรองรับอยู่

มฤตยูจร ที่ราศีพฤษภ ยังเล็งใส่ราศีพิจิก อันเป็นดินแดนแห่งความตาย(ภพมรณะของเมือง) อีกด้วย

เมื่อดาวมฤตยูจรเดินมาทับอังคารดวงเดิมแล้วเล็งใส่ดินแดนของความตายของเมืองดังนี้ แน่นอนเป็นสื่อล่อเลือด – ความวิบัติฉับพลัน – อุบัติเหตุ – ความรุนแรงตาย – เจ็บ – เสียหาย – เศร้าโศกหมู่รออยู่ รอจังหวะเพียงให้ดาวขนาดเล็กกว่าโคจรมาลงล็อคจนเกิดเหตุเปรี้ยงปร้างขึ้น

ปรากฎการณ์ลงล็อคแรกจากเกณฑ์โหรนี้ คือ การสังหารหมู่ 38 ศพ ที่อำเภอนากลาง หนองบัวลำภู เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2565 ที่เมื่อเกิดแล้วก็ยังงงไม่หาย คลุมเครือหาคำตอบกันยกใหญ่ว่าอะไรคือแรงจูงใจ เพราะคนทำก็ตายไปแล้ว (มฤตยู0ทับเกตุ๙-คลุมเครือไม่ชัดเจน)

ข่าวร้าย คือ มฤตยูจร(0) ตัวล่อนี้ยังจะอยู่ที่ราศีพฤษภไปถึง 18 กรกฎาคม 2572 เป็นระยะยาวนานเจ็ดปี เพียงแต่บางช่วงจะเกิดเรื่องร้ายถี่ – ห่างไปตามลีลาดาวจรที่ขนาดเล็กกว่า เท่านั้นที่จะว่ากันเป็นปีๆไป

2.ดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์ติดจะโชคร้าย เพราะมีเกณฑ์ลบอื่นมาเสริมกำลังให้เกณฑ์ตาย-เจ็บ-เสียหายหมู่ของมฤตยูจรให้แรง – ถี่ขึ้น
โดยเกณฑ์เสริมนี้เริ่มตั้งแต่ 1 มีนาคม 2566 เป็นต้นมา และจะยาวไปตลอดปี 2567 คือ

พระเสาร์จร(7) เทพเจ้าแห่งความระทม หัวหน้าดาวร้าย – บาปเคาะห์ดวงใหญ่ที่สุดที่มองเห็นด้วยตาเปล่า เดินในราศีกุมภ์ดินแดนโชคลาภและความสำเร็จของเมือง(ภพลาภะ) แต่แทนที่จะให้คุณอย่างเดียว กลับทำมุมพิเศษถึงราศีพิจิกดินแดนแห่งความตาย(ภพมรณะ)ของเมืองด้วย เป็นการเสริมกำลังด้านด้าน ตาย – เจ็บ – เสียหายหมู่ให้เพิ่มขึ้นอีก – รอเพียงดาวขนาดเล็กกว่ามาจุดระเบิด

  • ผลคือด้านลบซ้อนลบเริ่มด้วย

– 3 ตุลาคม 2566 วัยรุ่นอายุ 14 ปี เห็นผิดเป็นชอบ (เมืองตกภูมิราหู) กราดยิงที่สยามพารากอน ตาย 3 เจ็บ 4 แต่ผลทางเศรษฐกิจก็กระทบเอาเรื่องเพราะมีนักท่องเที่ยวจีนตายด้วยต้องปลอบขวัญจ้าละหวั่นไม่ให้ขยาดเมืองไทย ผู้เขียนเองก็เกรงลัทธิเอาอย่างไม่อยากเดินศูนย์การค้าระยะหนึ่ง

– 7 ตุลาคม 2566 ฮามาสเริ่มรบอิสราเอล คนงานไทยนักรบของชาติยุคใหม่ที่หาเงินเข้าประเทศพลอยเดือดร้อนตายไปกว่า 30 คน เดือดร้อนระส่ำกันไป

– 5 ตุลาคม 2566 รถทัวร์กทม.- นาทวีชนต้นไม้ริมถนนเพชรเกษม หน้าอุทยานแห่งชาติหาดวนกร ประจวบฯรถเหมือนถูกผ่าเป็นสองซีกแบบน่าแปลกใจ กลุ่มคนที่นั่งฝั่งคนขับตายไป 16 คน เจ็บไปประมาณ 30 คน และ

– เริ่มปีใหม่ไม่ทันไรก็ดุเอาเรื่องด้วยโรงงานพลุที่เมืองสุพรรณบุรีระเบิดเมื่อ 17 มกราคม 2567 ราบเป็นหน้ากลองอยู่กลางทุ่งตายหมู่23เจ็บหนัก7คน
ย้ำอีกครั้งว่าปี 2567 นี้เกณฑ์ร้าย ตาย – เจ็บ – เสียหายหมู่ ยังไม่จบมีแต่จะแรงขึ้นเรื่อยๆ และสามารถเกิดได้ทุกทางทั้งดิน – น้ำ – ลม – ไฟควัน – อากาศ – ระเบิด – อาวุธ – เลือดและจะเกิด – อุบัติแบบไม่คาดฝันฯลฯ

แต่ก็ขอสารภาพตามตรงว่าตั้งแต่เขียนเรื่องด้านลบอุบัติใหญ่ของเมืองมาก็คล้ายลมพัดผ่านใบไม้ เพราะช่วยอะไรไม่ได้เลย ด้วยอะไรมันจะเกิดมันก็ยังเกิดอยู่ดี คน ตาย – เจ็บ – เสียหาย – พลัดพราก – เศร้าโศกเสียใจก็ยังแบกทุกข์ต่อไป แล้วรอเหตุใหม่เกิดอีก ทุกวันนี้จึงคล้ายๆกับเขียนไปลองวิชา – ลองตำราไปมากกว่า

ถึงจะอย่างไรหากเห็นคำทำนายแล้วจิตตกหวั่นต่อเหตุร้ายจะถึงตัวและคนใกล้ชิด ผู้เขียนก็มีแต่คาถาแคล้วคลาดของ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต มาฝากซ้ำอีก ซึ่งในอดีตหลวงปู่อยู่ไกลถึงอุดรธานี ท่านยังรู้ด้วยญาณว่าสงครามโลกครั้งที่สองใกล้จะยุติแล้วทั้งๆ ที่สมัยนั้นการสื่อสารไม่ล้ำเหมือนยุคนี้ แล้วหลวงปู่ท่านให้คาถานี้เพื่อชาวเสรีไทยท่องจนเกิดสมาธิในดวงจิต – ติดจิตไป แทนผ้ายันต์ซึ่งเป็นของนอกกาย

ส่วนผู้เขียนกับคู่ชีวิตเคยเจอปาฎิหาริย์ของคาถานี้มาแล้ว เพียงแต่ไม่อยากเล่าให้หนักไปทางจิตนิยมเท่านั้น แม้ทุกวันนี้ก่อนออกจากบ้านก็พึมพำ ลูกสาวจะขึ้นเครื่องบินก็ขอให้ภาวนาเพราะเกรงอุบัติเหตุทางอากาศโดยคาถานี้ที่เป็นส่วนหนึ่งของ คาถาพญานกยูงทอง หรือ โมรปริต ความว่า

นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา
แปลว่า ความนอบน้อมของข้าฯจงมีแด่ผู้หลุดพ้นแล้วทั้งหลาย (คือพระพุทธเจ้า+พระอรหันต์) 
ความนอบน้อบของข้าฯจงมีแต่วิมุตติธรรม (ธรรมแห่งความหลุดพ้น) เชื่อว่าหากไม่เคราะห์หนักหรือถึงคราวตายจริงๆก็คงแคล้วคลาด

ฟองสนาน จามรจันทร์
19 มกราคม 2567
 

[ad_2]

Source link